ผลสำรวจของรัฐบาลเวียดนามซึ่งถูกนำมาเผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี (26 มิ.ย.) เผยให้เห็นว่าสภาวะความกดดันในสังคมปัจจุบันนี้กำลังก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากต่อโครงสร้างทางครอบครัวในเวียดนาม ซึ่งมีผลให้อัตราการอย่างร้างเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการที่เด็กเล็กและผู้สูงอายุใช้เวลาอยู่ตามลำพังมากยิ่งขึ้น
       
       การผลการสำรวจครอบครัวจำนวนมากทั่วประเทศพบว่า ความเท่าเทียมทางเพศนั้นได้รับการพัฒนาอยู่ในระดับที่ดีขึ้น แต่ผู้ชายก็ยังคงเป็นผู้นำในครอบครัวเช่นเดิม และพบว่ายังมีความรุนแรงระหว่างคู่สมรสเกิดขึ้นถึง 20% ด้วยกัน
       
       โครงการสำรวจดังกล่าวเป็นการร่วมมือกันระหว่างรัฐบาลและกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ UNICEF โดยสอบถามครอบครัวต่างๆ ถึง 9,400 ครอบครัวใน 64 เมืองทั่วประเทศ
       
       "หลังจากที่นโยบายโด่ยเหมย (doi moi) เพื่อการปฏิรูปทางเศรษฐกิจได้ถูกนำมาใช้เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเวียดนามเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในแทบทุกด้าน รวมถึงความสัมพันธ์ภายในครอบครัวด้วย" ผลการสำรวจ กล่าว
       
       โด่ยเหมยหมายถึง "การเปลี่ยนใหม่" อันเป็นนโยบายที่พรรคคอมมิวนิสต์กำหนดออกมาใช่ช่วงทศวรรษที่ 1980 ซึ่งนำไปสู่การปฏิรูปทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างกว้างขวาง
       
       เวียดนามเคยมีรูปแบบสังคมที่เป็นชนบท ซึ่งแนวคิดแบบขงจื้อมีอิทธิพลอย่างมากต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว ทำให้เด็กๆ ต้องความเคารพต่อผู้ที่โตกว่า รวมทั้งผู้หญิงต้องเชื่อฟังสามีของตนด้วย
       
       อย่างไรก็ตามผลการสำรวจพบว่าประเพณีหรือขนบธรรมเนียมทางสังคมต่างๆ ในเวียดนามมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมากขึ้น จากในช่วงที่ปี 1975 เรื่อยมาจนกระทั่งการเปิดประเทศเพื่อติดต่อกับนานาชาติมากขึ้นในทศวรรษที่ 1990 ส่งผลให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจตามมา
       
       "การหย่าร้าง" ซึ่งเป็นคำที่มักไม่ค่อยจะได้ยินกันในอดีต แต่กลับเป็นปัญหาอย่างมากในปัจจุบัน เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา การอย่าร้างในเวียดนามเพิ่มขึ้นถึง 2.6% ในวัยตั้งแต่ 18 - 60 ปี โดยหญิงที่ขอหย่าส่วนใหญ่มักจะให้เหตุผลในเรื่องของความแตกต่างทางทัศนคติและการใช้ชีวิต การนอกใจรวมทั้งความยากลำบากทางเศรษฐกิจ
       
       ผลการสำรวจยังพบว่า ผู้ปกครองจำนวนมากในขณะนี้มีความรู้สึกว่าไม่สามารถใช้เวลาอยู่กับลูกๆ ได้อย่างเพียงพอ และยังเป็นห่วงในเรื่องของพัฒนาการทางด้านอารมณ์และจิตใตของเด็กๆ อีกด้วย
       
       "มันไม่ใช่เรื่องของความไม่ต้องการ หรือการทอดทิ้ง...พ่อแม่จำนวนมากจำเป็นต้องทำงานเพื่อให้ครอบครัวได้อยู่รอด ดังนั้นจึงทำให้พวกเขาไม่มีเวลาที่จะอยู่กับลูกๆ อย่างเพียงพอ" นายเจสเปอร์ มอร์ช (Jesper Morch) หัวหน้าสำนักงาน UNICEF ในเวียดนามกล่าว
       
       ในบรรดาครอบครัวทั้งหมดที่ทำการสำรวจ มีจำนวนเพียง 1 ใน 3 เท่านั้นที่มีผู้สูงอายุอาศัยรวมอยู่ด้วย
       
       "ครอบครัวที่มีสมาชิกอาศัยอยู่รวมกันถึง 3 รุ่นนั้นเป็นสิ่งที่พบไม่มากนักในปัจจุบันและกำลังลงเรื่อยๆ ซึ่งอาจะเป็นเพราะการที่เวียดนามมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมแบบอุตสาหกรรมมากขึ้น" รายงานที่ร่วมกันจัดทำระหว่างสถาบันครอบครัวและเพศศึกษาแห่งเวียดนาม (Vietnam's Institute of Family and Gender Studies) กล่าว.

ที่มา :  ผู้จัดการออนไลน์

Comment

Comment:

Tweet

มันหมดยุคสงครามแล้วครับbig smile

#12 By lสวัสดิ์ (111.84.230.41) on 2012-01-03 06:56

แต่ที่ดูครอบครัว คนเวียดนามที่อยู่ในไทย ทุกครั้งที่มีเทศกาลต่างๆ ทุกคนในครอบครัวจะกลับมาเจอหน้ากัน เป็นทุกครั้งเเละทุกปี

#11 By yịng=Nữ (223.206.18.77) on 2011-07-22 21:21

The blog is quite amazing and wonderful and will help the students to understand the real and correct meaning of the structure, beautiful work.

#10 By Thesis Introduction (119.155.10.42) on 2011-06-17 13:53

The blog is quite amazing and wonderful and will help the students to understand the real and correct meaning of the structure, beautiful work.

#9 By Thesis Literature Review (119.155.10.42) on 2011-06-16 15:22

I liked this post very much as it has helped me a lot in my research and is quite interesting as well. Thank you for sharing this information with us.

#8 By Persuasive Essay Writing (116.71.37.72) on 2011-03-07 19:57

it's good to see this information in your post, i was looking the same but there was not any proper resource, thanx now i have the link which i was looking for my research.

#7 By Dissertation Writing (119.155.45.129) on 2011-01-31 03:16

I have been visiting various blogs for my dissertation writing assignment research. I have found your blog to be quite useful. Keep updating your blog with valuable information... Regards

#6 By dissertation writing (182.178.25.96) on 2010-10-06 12:13

big smile

#5 By (118.173.229.98) on 2009-09-01 13:37

ธรรมดาของประเทศกำลังพัฒนา ให้ความสำคัญอะไรเป็นอันดับแรก ปากท้องหรือครอบครัว ปรับให้พอดี ปัญหาก็จะลดลง เป็นปัญหาระดับประเทศ แต่เราแก้ในครอบครัวดีที่สุด โดยรวมจะดีเองค่ะ! sad smile

#4 By aooddy (125.25.106.131) on 2009-06-13 13:49

เรามีธุรกิจระดับโลกที่กำลังจะขยายตัวในประเทศเวียดนาม
เป็นระบบธุรกิจการทำงานจากที่บ้าน

ระบบของเราได้รับการทดลองใช้และได้ผลมาแล้ว มาจากผู้คนมากมายหลากหลายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็น แม่บ้าน แพทย์ พยาบาล ช่างประปา นักการบัญชี เลขานุการ และผู้ประกอบอาชีพอื่นๆ อีกมากมาย

มีอิสระทางการเงินที่แท้จริง!
สามารถสร้างรายได้เสริมควบคู่ไปกับงานประจำโดยไม่ส่งผลกระทบต่อกัน
ได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น!
เป็นเจ้านายตัวเอง!

คลิ๊กที่ http://cyber-success-4u.net ค่ะ

#3 By ภาณีณัฏฐ์ (58.8.7.11) on 2009-05-21 15:15

i9]]l9

#2 By 8 7l['oi (125.26.252.119) on 2008-10-10 17:38

เมืองที่กำลังโตทางด้านวัตถุ มากเกิน มักจะประสบปัญหาแบบนี้เสมอ

#1 By ทิว แอด ไฟน์ on 2008-07-15 20:39

Categories